ตราสาร
มูลนิธิเหรียญสลึงเพื่อโครงการอาหารนักเรียน
ชื่อ
ข้อ ๑ มูลนิธินี้ชื่อว่า “มูลนิธิเหรียญสลึงเพื่อโครงการอาหารนักเรียน”
เครื่องหมาย
ข้อ ๒ เครื่องหมายของมูลนิธิ คือ รูปเหรียญสลึง ๑ อัน ด้านไม่มี รูปพระบรมฉายาลักษณ์
วัตถุประสงค์
ข้อ ๓ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
ก. สงเคราะห์เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการจัดอาหารให้แก่ นักเรียนที่ยากจนทั่วไป
ข. ใช้ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ
ค. ปฏิบัติกิจการอย่างอื่นเพื่อบรรลุจุดประสงค์ของมูลนิธิ
ง. ร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
สำนักงาน
ข้อ ๔ สำนักงานมูลนิธิ ตั้งอยู่ที่สำนักการศึกษา เลขที่ ๘๖๙ แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ทุนและทรัพย์สิน
ข้อ ๕ ทุนเริ่มแรกของมูลนิธิคือ เงินสด ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน)
ข้อ ๖ มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดย
ก. ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคแก่คณะกรรมการ หรือ สำนักงานของมูลนิธิ
ข. ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคโดยทางกล่องเหรียญสลึงหรือทางอื่น
ค. ดอกผล หรือผลประโยชน์อันเกิดจากทรัพย์สินอันเป็นทุนของมูลนิธิ
ง. ผู้ยกให้โดยทางพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินแต่ประการใด
ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการมูลนิธิ ประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เหรัญญิก เลขานุการ และกรรมการอื่นๆ ตามแต่จะพิจารณาเห็นสมควรให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
๗.๑ มีอำนาจหน้าที่บริหารงานของมูลนิธิให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่าย และ วางระเบียบในการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและ รายงานกิจการต่อที่ประชุมคณะกรรมการในการประชุมสามัญประจำปี
๗.๒ มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการ หรือ คณะกรรมการพิเศษ เพื่อช่วยในการดำเนินกิจการของมูลนิธิหรือเพื่อดำเนินกิจการ ใดเป็นการเฉพาะคราว ก็ได้
ข้อ ๘ คณะกรรมการมูลนิธิมีจำนวนอย่างน้อย ๙ คน อย่างมากไม่เกิน ๑๕ คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ ปี
ในวาระเริ่มแรกเพื่อให้การดำเนินงานของมูลนิธิได้ดำเนินการต่อไปโดยติดต่อกันหนึ่งในสองของจำนวนกรรมการมูลนิธิ จะต้องออกจากตำแหน่งโดยการจับสลาก เมื่อคณะกรรมการของมูลนิธิได้ปฏิบัติหน้าที่มาครบ ๒ ปี (ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของวาระการดำรงตำแหน่ง) กรรมการที่ออกไปอาจได้รับเลือกตั้งอีกก็ได้
ในกรณีตำแหน่งกรรมการมูลนิธิว่างลง กรรมการที่เหลือยู่นั้น เป็นผู้พิจารณาเลือกบุคคลที่เห็นสมควรที่มีคุณสมบัติ ตามที่กำหนดไว้ในตราสารข้อ ๑๔ เป็นกรรมการ ของมูลนิธิแทนตำแหน่งที่ว่าง (*แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙)
ข้อ ๙ ประธานกรรมการมูลนิธิเป็นผู้จัดการมูลนิธิ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่แทนจนกว่าประธาน กรรมการ จะมาปฏิบัติหน้าที่ได้
ในกรณีที่ประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการ เลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทนจนกว่าประธาน กรรมการหรือรองประธานกรรมการจะปฏิบัติหน้าที่ได้
ข้อ ๑๐ ในการทำนิติกรรมใดๆ ของมูลนิธิ หรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร ตราสาร และสรรพหนังสือ อันเป็นหลักฐานของมูลนิธิและการอรรถคดี ผู้จัดการมูลนิธิ หรือผู้ทำหน้าที่แทน เป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่ผู้เดียวก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้
ข้อ ๑๑ ให้มีการประชุมคณะกรรมการ เป็นการประชุมสามัญประจำปีทุก ๆ ปี ภายใน เดือนมีนาคม โดยให้ประธานกรรมการมูลนิธิเป็นประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณา ในเรื่องดังต่อไปนี้
ก. พิจารณารายงานของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจการที่ล่วงมาแล้ว
ข. พิจารณาบัญชีงบดุล
ค. แต่งตั้งผู้สอบบัญชี
ง. ปรึกษากิจการอื่นๆ ของมูลนิธิ
ข้อ ๑๒ การประชุมวิสามัญอาจมีในเมื่อประธานกรรมการ หรือผู้ทำหน้าที่ แทนเรียกประชุมตามที่เห็นควร
ข้อ ๑๓ ในการประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการไปประชุมไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่ง ของกรรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม กรรมการคนหนึ่งให้มีสิทธิออกเสียง ๑ เสียง การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานออกคะแนน เสียงชี้ขาด
ในการประชุมสามัญประจำปี ถ้ามีการนัดประชุมครั้งที่หนึ่งไปแล้วกรรมการไม่ครบองค์ประชุมให้นัดประชุม ครั้งที่สองภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันนัดประชุมครั้งที่หนึ่ง กรรมการที่มาประชุมครั้งที่สองจำนวนเท่าใดก็ตามให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๑๔ กรรมการต้องมีคุณสมบัติดังนี้
ก. อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์
ข. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
ค. ไม่เคยถูกจำคุก โดยคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดเว้นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
ง. เลื่อมใสในวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
ข้อ ๑๕ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
ก. ออกตามวาระ
ข. ตายหรือลาออก
ค. ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๔
ง. เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนไม่เหมาะสม กรรมการมี มติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ให้พ้นจากตำแหน่ง
การเงิน
ข้อ ๑๖ มูลนิธิจะต้องมีหน้าที่เก็บรักษาบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ตลอดจนบัญชีอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อแสดงฐานะของมูลนิธิโดยถูกต้อง ทั้งจะต้องเก็บเอกสารใบสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับการบัญชีไว้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจและ เป็นหลักฐานของมูลนิธิด้วย
ข้อ ๑๗ ผู้ตรวจสอบบัญชีมูลนิธิ มีอำนาจสอบเอกสารที่เกี่ยวกับบัญชีและ การเงินของมูลนิธิ และในการตรวจสอบบัญชี มีอำนาจสอบถามกรรมการและพนักงาน ใดๆ ของมูลนิธิได้
ข้อ ๑๘ ให้ทำบัญชีงบดุลประจำปี ซึ่งสิ้นสุดตามปฏิทิน เพื่อแสดงฐานะของการเงินของมูลนิธิ เมื่อผู้สอบบัญชีรับรองแล้วให้เสนอขออนุมัติต่อที่ประชุม
ข้อ ๑๙ ในการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิประจำปีจะทำเป็นงบประมาณประจำปี ไว้ก็ได้
ข้อ ๒๐ เงินสดของมูลนิธิถ้ามี ให้นำไปฝากธนาคารหนึ่งธนาคารใดสุดแต่ คณะกรรมการบริหารจะเห็นสมควร
การสั่งจ่ายเงินในเช็ค ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายเซ็นประธาน กรรมการบริหาร หรือรองประธาน เหรัญญิกลงนามทุกครั้ง ทั้งต้องประทับตราของ มูลนิธิด้วย
– ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้รับมอบอำนาจสั่งจ่ายเงินในแต่ละครั้งไม่เกิน *๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) เกินกว่านั้นให้ขออนุมัติต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
– ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
(*แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐)
การแก้ไขเพิ่มเติมตราสาร
ข้อ ๒๑ ตราสารนี้จะแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
การเลิกล้มมูลนิธิ
ข้อ ๒๒ ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป โดยมติของคณะกรรมการหรือเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ไปเป็นกรรมสิทธิ์แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ในกิจการของโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนยากจน
ข้อ ๒๓ การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายได้บัญญัติไว้แล้ว ให้ มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องขอให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
ก. เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้วไม่ได้รับทรัพย์สินตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เว้นแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะพิจารณาเห็นว่าทรัพย์สินที่มูลนิธิได้รับนั้นพอที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิได้
ข. เมื่อกรรมการมูลนิธิ ๒ ใน ๓ มีมติให้เลิกมูลนิธิ
ค. เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่ได้
กำหนดไว้ในตราสาร
ง. เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๒๔ การตีความในตราสารของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการ ตีความโดยกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
ข้อ ๒๕ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยลักษณะ ของมูลนิธิมาใช้บังคับในเมื่อตราสารของมูลนิธินี้ไม่ได้กำหนดไว้
ข้อ ๒๖ มูลนิธินี้จะไม่กระทำการค้ากำไร และจะไม่ดำเนินการนอกเหนือไป จากวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในตราสาร
ข้อ ๒๗ ทุนเริ่มแรกของมูลนิธิให้ถือเป็นทุนของมูลนิธิสืบไป และการดำเนินการ ที่ล่วงมาแล้วให้ถือว่าเป็นการสมบูรณ์