“มูลนิธิเหรียญสลึงเพื่อโครงการอาหารนักเรียน”
เหรียญสลึงซึ่งด้อยค่า รวมกันมาเป็นกอบกำ บริสุทธิ์ดุจทองคำ ได้จุนเจือเอื้อเด็กจน
ขอเชิญ บริจาคเงินช่วยเหลือนักเรียน ที่ขาดแคลนอาหารทั่วไป
สำนักงานมูลนิธิ โทร 0 2437 6631- 5 ต่อ 3421, 0 2437 6636
เหรียญสลึงหนึ่งอัน ช่วยอาหารกลางวันเด็กยากจน
Your coin provides lunch for underprivileged children

ที่มาของ...

มูลนิธิเหรียญสลึงเพื่อโครงการอาหารนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

            ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ คณะกรรมการ วิสามัญศึกษา ประจำสภากรุงเทพมหานคร ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อหาทางสนับสนุนและส่งเสริม ปรับปรุง โรงเรียนให้ดีขึ้น ตลอดจนหาทางแก้ไขปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ในการไป เยี่ยมเยียนได้พบว่ามี นักเรียนจำนวนหนึ่งมากบ้าง น้อยบ้าง เกือบ ทุกโรงเรียนไม่ได้ รับประทานอาหารในตอนกลางวัน คณะกรรมการได้สอบถามแล้วสรุปได้ความว่า เด็กเหล่านี้มาจากครอบครัวที่ยากจน บิดามารดาหรือผู้ปกครองไม่มีสตางค์ที่จะให้ ลูกหลานมาซื้ออาหารรับประทาน บางรายให้มาน้อยมากไม่พอซื้อ อาหารซื้อได้แต่เพียงขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเท่าใดนัก บางรายวันใดมีสตางค์ ก็ให้มาวันใดไม่มีสตางค์ก็ไม่ให้มา และเด็กบางคนไม่ได้รับประทาน อาหารเช้ามาโรงเรียนก็มี คณะครูและโรงเรียนต้องรับภาระช่วยเหลือเด็กเหล่านี้โดย ออกเงินส่วนตัวบ้าง ขอรับเงินช่วยเหลือจากทางราชการหรือผู้มีจิตศรัทธาบ้าง นำเงิน มาจัดทำอาหาร ขายนักเรียนในโรงเรียน เพื่อนำผลกำไรส่วนหนึ่งมาเลี้ยงเด็กยากจน การดำเนินการช่วยเหลือของโรงเรียนนี้ ถ้าโรงเรียนใดมีนักเรียนน้อย ผลกำไรที่ได้ ก็ไม่พอเลี้ยงเด็ก ประกอบกับงบประมาณที่ทางราชการจัดสรรให้ไปมีจำกัด โรงเรียน จึงต้องขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา สมาคม สโมสร มูลนิธิ องค์การต่าง ๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือ บางโรงเรียนมีปัญหาในการจัดทำอาหารขาย เช่น ไม่มีสถานที่ ประกอบอาหาร ไม่มีบุคลากรที่จะทำอาหาร ไม่มีทุนและอุปกรณ์ที่จะดำเนินการ เป็นต้น เด็กยากจนที่มีอยู่ในโรงเรียนเหล่านี้ ได้แต่แอบมองเพื่อน ๆ กินอาหารกัน อย่างอร่อย ส่วนตัวเอง กินแต่เพียงน้ำเปล่า เพื่อบรรเทาความหิวโหยไปชั่วขณะ เท่านั้น

            คณะกรรมการวิสามัญศึกษา ได้พิจารณาเห็นว่า การที่เด็กขาดอาหารนั้น เป็นผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเด็กทางร่างกาย ทางจิตใจ และทางการศึกษาเป็น อย่างยิ่ง เห็นควรให้ช่วยเหลือเป็นการด่วน นอกเหนือจากที่ทางราชการได้ช่วยเหลือ เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพราะมีเด็กยากจนอยู่เป็น จำนวนมาก จากการสำรวจนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาของกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จำนวน ๔๐๐ โรงเรียน มีเด็กยากจนประมาณ ๒๓,๐๐๐ คนเศษ ถ้าจะช่วยค่าอาหารคนละ ๒ บาท ต่อวัน ตลอดปี มีเวลา ๒๐๐ วัน จะต้องใช้เงินประมาณ ๑๐ ล้านเศษ ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาข้างต้นม.ล.จิตรสาร ชุมสาย กรรมการวิสามัญศึกษาได้เสนอขอให้จัดตั้งโครงการจัดหาเงินมาช่วยเหลือเด็กยากจนเหล่านี้ โดยขอ ความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนองค์การต่าง ๆ ช่วยกันบริจาคทรัพย์คนละ เล็กคนละน้อย เมื่อรวบรวมกันมาก ๆ เข้าก็จะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้บ้าง และ พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบันมีบุคคลส่วนหนึ่ง ไม่ค่อยสนใจเศษสตางค์ที่มีอยู่ใน ครอบครองโดยเฉพาะเหรียญสลึง เพราะค่าของมันน้อยจนไม่สามารถจะนำไปซื้อหาอะไรได้ มักจะทิ้งขว้างไม่สนใจและเอาใจใส่ ถ้าเราจะขอรับมาซื้ออาหารให้เด็กยากจนคงจะมีผู้ยินดีบริจาคให้ดีกว่าที่จะปล่อยทิ้งขว้างให้สูญหายไปทั้งจะได้บุญกุศลอีกด้วย

            ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการ จึงได้จัดตั้งโครงการเหรียญสลึงขึ้นในระยะเริ่มแรกได้รับการสนับสนุน จากสโมสรไลออนส์สตรี ๔ แห่ง คือสโมสรไลออนส์สตรีกรุงเทพ สโมสรไลออนส์สตรีเจ้าพระยา สโมสรไลออนส์สตรีดุสิต และสโมสรไลออนส์สตรี ราชธานี เข้ามาร่วมเป็นกรรมการจัดหาทุนดำเนินการ คณะกรรมการได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปีแรกว่าจะพยายามหาเงินมาช่วยเหลือประมาณ ๑ ล้านบาท วิธีดำเนินงานเมื่อได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำการเรี่ยไรได้แล้ว จึงทำกล่องรับบริจาคเงิน บนกล่อง มีตราเครื่องหมายกรุงเทพมหานคร และเครื่องหมายสโมสรไลออนส์อยู่ด้านบน กล่องที่ทำขึ้นมี ๒ ชนิด  มีข้อความ “เหรียญสลึงหนึ่งอัน ช่วยอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ยากจน” ทั้งภาษาไทย จีน อังกฤษ

            ชนิดที่ ๑ จัดทำเป็นตู้ไม้สำหรับตั้งบริจาคตามสถานที่ ที่ประชาชนไปติดต่อ เช่น ตามสถานที่ราชการบางแห่ง ธนาคาร บริษัทห้างร้านและหน่วยงานที่มาขอ

            ชนิดที่ ๒ จัดทำเป็นกล่องกระดาษมีขนาดเท่ากล่องนามบัตรเจาะรูตรง    กลางแบบกระป๋องออมสินสำหรับแจกจ่ายให้กับผู้มีจิตศรัทธานำไปเก็บหยอดเหรียญตามความประสงค์ ซึ่งจะบริจาคเวลาใดก็ได้เมื่อเต็มกล่องแล้วให้นำไปมอบกับเจ้าหน้าที่ ธนาคารทุกแห่ง เจ้าหน้าที่จะเปิดนับเงินและนำเข้าบัญชีโครงการเหรียญสลึง ซึ่ง คณะกรรมการฯ ได้เปิดบัญชีไว้ทุกธนาคารแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะออกใบเสร็จรับเงิน

และเปลี่ยนกล่องใหม่ให้กับผู้นำเงินไปฝากทุกครั้ง เมื่อครบเดือนธนาคารก็จะส่ง ยอดเงินมายังสำนักการศึกษา ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมเงินรับบริจาค การรับเงินบริจาค เริ่มตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๑ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๒ ได้เงินรวมทั้งสิ้น ๑,๐๙๐,๙๒๐,.๘๗ บาท

            ต่อมาคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นว่าควรจะหาทางให้โครงการนี้ ช่วยเหลือเด็กยากจนตลอดไป โดยไม่มีทางยุติตราบเท่าที่มีเด็กยากจนไม่ได้รับประทาน อาหารกลางวันอยู่ตามโรงเรียนต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการจึงได้       พิจารณาเปลี่ยนจากโครงการเหรียญสลึง จัดตั้งมูลนิธิขึ้นมีชื่อว่า “มูลนิธิเหรียญสลึงเพื่อโครงการอาหารนักเรียน” และได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ดำเนินการ เมื่อ วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๒๒ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่กองโรงเรียน สำนักการศึกษา เขตคลองสาน โทร. ๔๖๖๗๕๔๘